สวัสดีคร้าบบบ ..

 

ตั้งนานแล้วที่ข้าน้อยไม่ได้พาไปเที่ยวที่ไหนเลย

ไหนๆช่วงนี้ก็อากาศเริ่มเย็นแล้ว และหนาวเข้ากระดูกในบางอำเภอ 

 

เมื่อถึงหน้าหนาวสิ่งที่มักจะทำในหน้าหนาวคืออะไร

 

"นอน.."

"อย่างอื่นสิ"

"กิน.."

 

 

 

แน่นอนครับ สำหรับคนที่คิดถึงหน้าหนาวอย่างข้าน้อยมีเหรอจะ กิน นอน

"มีสิ.."

"แห่ะๆ .. ก็มีบ้างแหละน่า"

 

 

แต่ถ้า กิน กับ นอน คงจะไม่มีเอนทรี่นี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนจริงมั้ยล่า ฮิๆ

 

วันนี้ข้าน้อยขอรับใช้พาไปศึกษาเส้นทางธรรมชาติกันครับ

กิ่วแม่ปาน เป็นส่วนหนึ่งของดอยอินทนนท์ ซึ่งอยู่ก่อนประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น

 

แนะนำว่า ถ้าอยู่ในเมือง ควรตื่นตั้งแต่ ตี 5 เป็นอย่างน้อย เพราะเมื่อพระอาทิศย์ขึ้น

คุณผู้อ่านจะได้เห็นบรรกาศแบบนี้ตลอดทาง

 

 

กิ่วแม่ปานนั้น ออกจากตัวเมือง ประมาณแค่ 90 กิโลเมตร เท่านั้น

เพราะฉะนั้น มอเตอร์ไซต์สามารถลุยได้อย่างสบายฮะ

โดยที่ แนะนำให้เติมน้ำมันที่ปั้มบางจาก อำเภอจอมทอง ก่อน

โดยตรงกันข้ามมีร้านข้าวมันไก่ เป็นที่ฝากท้องไปได้อีกมื้อนึง

 

ซื้อวาปมาที่ เขตดอยอินทนนท์เลยละกัน อากาศกำลังสบายครับ 7 องศา

( ถ้าปลายเดือนนี้ คาดว่า น่าจะ -1 ถึง 3 องศาครับ )

ณ ความสูง 2000 เมตร

 

ท้องฟ้า สีน้ำเงินเข้ม ที่ไม่ได้เห็นตั้งหลายเดือน

 

 

เอาล่ะ ก่อนที่จะเดิน ขอบอกให้เตรียมตัว เตรียมของดังต่อไปนี้ก่อนครับ

- เสื้อกันหนาว (ถ้าอยากรู้สึกว่า หนาวเข้ากระดูกดำเป็นอย่างไร ลองใส่เสื้อกล้ามมาก็ได้ครับ  )

- ยากันยุง น้องยุงแอบกระซิบมาว่า "ส่วนไหนที่มันไม่อยู่ในเสื้อผ้า .. ยุงช๊อบชอบ เลือดอุ่นๆ อร่อยนักแล"

- น้ำเปล่า ( ไม่มี 7-11 ในป่าเน้อ .. ถ้ามีคงขายดี )

- พยายาม อย่าแบกอะไรไปมาก โดยเฉพาะกล้อง ..

- ออกกำลังกาย,เตรียมร่างกายมาก่อน สามกิโลแม้ว "เดินจนอ้วกแตก" ข้าน้อยพึ่งรู้สึกก็ครั้งนี้นี่แหละ

 

เมื่อพร้อมแล้ว หานมอุ่นๆจิบหน้าคอม ข้าน้อยจะพาเดินเข้าไปเอง

รอบนี้ไม่ได้เดินไปคนเดียว แต่ไปกับ ชมรม ล้านนาโฟโต้คลับ คร้าบ

ต้องขอขอบคุณในกิจกรรมดีๆแบบนี้มากมาย ชอบ !!

 

 

เดินไปเรื่อยๆ จะเจอป้ายบอกจุดต่างๆมีทั้งหมด 17 จุด .. ขอเรียกว่าเดินป้ายแทนละกัน 

ส่วนวิ่งป้าย ไปถามน้องๆที่เรียนแม่โจ้เอานะ  

 

 

 

แต่หลายๆจุดหาป้ายไม่เจอฮะ .. ตาไม่ดี หรือมัน ไม่มี ไม่รู้

เพราะฉะนั้นจะบรรยายเฉพาะเห็น ป้ายละกันเนาะ

ป่าเมฆ ด้วยสภาพอากาศที่หนาวชื้น ลมแรงของป่าที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกหลายเดือน

ทำให้การย่อยสลายของใบไม้เป็นไปได้ยาก ดินจึงมีความเป็นกรดสูง ด้วยสภาพนี้ทำให้

ป่าดูโปร่ง ไม้พื้นล่าง และไม้พื้นสูง แยกกันเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน

 

 

 

สายน้ำสายใยชีวิต น้ำตกนี้ มีส่วนสำคัญในการซึมซับ และปลดปล่อยน้ำสู่ ลำห้วย ลำธาร

น้ำตกที่เห็นอยู่นี้ พื้นป่ามีซากพืช ปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

การสลายตัวของซากพืชจึงเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้สิ่งปกคลุมหน้าดิน เปรียบเสมือนฟองน้ำที่มีรูพรุน

เกิดผลดีต่อการดูดซับ และเก็บกักน้ำไว้ในดิน

 

 

 

 

 

ทางเดิน จะได้ยินเสียงน้ำตกตลอดครับ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเราไม่หลง

 

 

 

 

เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่เดินไม่ถึง 10 นาที เงยหน้ามาอีกที กลุ่ม , ไกด์ หายเกลี้ยงครับ

และ ความยากมันเริ่มจาก ความสูงที่เดินครับ เพิ่งรู้สึกว่า มันเดินขึ้นอย่างเดียวเลยนี่หว่า !!

งานงอก ..

 

 

ป่าซ่อมป่า ป่าเมฆที่ลมพัดรุนแรงมักมีต้นไม้หักโค่น เปิดให้แสงส่องลงพื้น เพิ่มความร้อนให้ดิน

ต้นไม้บางชนิดทนความร้อนไม่ได้ก็ตาย เปิดพื้นดินให้ไม้ล้มลุกที่ชอบแดดแทน

 

 

 

เถาวัลย์ ชอบแดดจัด โตเร็ว มีความแตกต่างจากต้นไม้ทั่วไปคือ เติบโตด้านกว้างคงที่ เน้นยาว .. ว่างั้น

โดยจะเลื้อยพันต้นไม้ที่ใหญ่ขึ้น ไปหาแสงแดดอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ในที่สุดข้าน้อยก็เดินมาถึง 1 ใน 3 ของทางเดินแล้วครับ ..

เหงื่อแตก แต่หนาว แปลกดี

หน้ามืดมันรู้สึกแบบนี้นี่เอง

 

ที่เห็นตรงหน้าคือ ทุ่งหญ้าเมืองหนาว เรียกว่าทุ่งหญ้าอัลไพน์ เป็นปรากฎการณ์พิเศษ ที่เกิดขึ้น

บนดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก และดอยเชียงดาว ที่มีความสูง 2000-2500 เมตร

เพียงพอให้ต้นไม้ล้มลุก ปะปกกับไม้พุ่มเล็กจากเทือกเขาหิมาลัยมาเจริญงอกงาม

เรียกว่า "ทุ่งหญ้ากึ่ง อัลไพน์"